คลังปรับเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” คืนสิทธิ์ผู้เดือดร้อนจริง หลังคนยื่นอุทธรณ์พุ่ง
คลังปรับเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” คืนสิทธิ์ผู้เดือดร้อนจริง หลังคนยื่นอุทธรณ์พุ่ง 3.4 ล้านราย ก่อนชงเกณฑ์ใหม่เข้า ครม. 27 ก.ค.นี้
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการขนส่งทางบก กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กรมการปกครอง ธนาคารแห่งประเทศไทย และ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม
โดยนายวินิจ ระบุว่า คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงและผ่อนปรนเงื่อนไขของโครงการในบางหลักเกณฑ์ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดของเกณฑ์เดิมและความคลาดเคลื่อนของข้อมูล โดยกระบวนการทั้งหมดจะเน้นการดูแลผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง และเตรียมนำเสนอรายละเอียดทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันจันทร์ ที่ 27 ก.ค. 69
ยอมปรับ 4 หลักเกณฑ์ ช่วยคนเดือดร้อนจริง
ในเบื้องต้นมีการปรับปรุงเงื่อนหลักเกณฑ์สำคัญครอบคลุม 4 ด้าน ประกอบด้วย การทบทวนเงื่อนไขเรื่องรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเดิมกำหนดเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ แต่จากการเปิดรับคำร้องอุทธรณ์พบว่าประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาการโอนลอย รถสิ้นสภาพ หรือถูกสวมสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถทราบล่วงหน้าก่อนการพิจารณาได้ ที่ประชุมจึงมีมติให้คืนสิทธิ์เบื้องต้นให้ในกรณีดังกล่าว
โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเก่าในสภาพทรุดโทรมและมีมูลค่าต่ำจอดทิ้งไว้ที่บ้าน ทั้งนี้ ย้ำว่าจะต้องเป็นรถที่มีมูลค่าต่ำเท่านั้นจึงจะได้รับคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับกรณีรถจักรยานยนต์ถือกรรมสิทธิ์ได้ 2 คัน แต่มีข้อกำหนดว่าในจำนวนนี้ 1 คันจะต้องอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ
ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าตั้งแต่ปี 2561 มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจดทะเบียนรถใหม่หรือซื้อรถมือสองกว่า 2,500,000 ราย ซึ่งยืนยันว่า กลุ่มนี้จะหลุดเกณฑ์ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างแน่นอน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นกรณีรถสิ้นสภาพ โอนลอย หรือถูกสวมสิทธิ์
ค้างภาษีรถ" ยังไม่ชำระก็ยื่นอุทธรณ์ได้
ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า สำหรับผู้ที่ค้างภาษี ยังไม่ต้องชำระภาษีรถ สามารถยื่นอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ก่อนเลย ส่วนเกณฑ์จำนวนครอบครองรถและมูลค่าของรถ ระบุว่า ขณะนี้กำลังสรุปรายละเอียด หากได้ความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
ถือหุ้นน้อยเตรียมได้ข้อยกเว้น!
นอกจากนี้ นายวินิจ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า กระทรวงการคลังเตรียมทบทวนเกณฑ์ตัดสิทธิ์จากการถือครองหลักทรัพย์ โดยจะพิจารณายกเว้นบัญชีหลักทรัพย์ที่เปิดทิ้งไว้นาน ไม่มีการซื้อขาย หรือมีมูลค่าต่ำมาก เนื่องจากเห็นว่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเกณฑ์เดิม โดยเฉพาะบัญชีที่อยู่ในความดูแลของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) และธนาคารแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังพบประชาชนบางรายยื่นทบทวนสิทธิ์และยืนยันว่าไม่เคยเปิดบัญชีหลักทรัพย์ หรือไม่เคยมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท แต่กลับปรากฏข้อมูลในระบบ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรม"
ยืนยัน นักศึกษานอกระบบรัฐคืนสิทธิ์ให้
ขณะที่นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ระบุว่า ในส่วนของนักศึกษานอกระบบจำนวนราว 267,000 คน ที่อยู่ในการดูแลของ สกร. ได้รับการพิจารณาให้ยกเว้นและคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากติดเงื่อนไขดังกล่าวเพียงเกณฑ์เดียว ส่วนเกณฑ์อื่นๆ ยังต้องถูกนำมาพิจารณาเพิ่มเติม เช่น รายได้ , ทรัพย์สินถือครอง โดยคาดว่าจะมีผู้มีรายได้น้อยในกลุ่มนี้ ได้รับสิทธิ์คืนประมาณ 100,000 คน
นิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจชุมชนได้สิทธิ์คืน!
ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า นอกจากนี้คณะกรรมการฯ มีมติยกเว้นและคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือชุมชนและไม่ได้มุ่งแสวงหากำไร โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์คืนจากกลุ่มนี้ประมาณ 15,000 ราย
สำหรับภาพรวมรายชื่อผู้ลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท จำนวน 122,324 ราย ในนิติบุคคล 139,804 นิติบุคคล โดยบางรายมีสถานะในนิติบุคคลมากกว่า 1 แห่ง และพบผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไปกว่า 10,000 คน และมีกรณีที่บุคคลรายเดียวมีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลมากถึง 126 แห่ง ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตรวจสอบในรายละเอียดและส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขยายผล หากพบข้อพิรุธหรือเข้าข่ายเป็นนอมินี
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันว่า จะเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 แห่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าบุคคลนั้นเข้าไปมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนได้อย่างไร และเตรียมประสานกรมการปกครองเพื่อวางหลักเกณฑ์และเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นข้อมูลหรือชี้แจงผ่านที่ว่าการอำเภอได้
คนหลุดสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์แล้ว 3.4 ล้านราย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มียอดผู้ยื่นอุทธรณ์ทั่วประเทศจำนวนประมาณ 3,400,000 ราย ซึ่ง 40% พบว่าปัญหาใหญ่มาจากเรื่องการถือครองรถยนต์ ทั้งนี้ นายวินิจ ย้ำว่า มาตรการทั้งหมดมุ่งช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบขยายเวลาให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมทั้งหมด สามารถใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 ก.ย. 2569 จากเดิมที่จะสิ้นสุด ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และทบทวนสิทธิ์แล้วเสร็จ โดยผู้ถูกตัดสิทธิ์ สามารถยื่นทบทวนได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 และจะประกาศผลอุทธรณ์ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทำให้ผู้ผ่านเกณฑ์คัดกรองโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งรายใหม่ และรายเก่า จะเริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB